ที่ตั้ง เลขที่ 43 หมู่ 4 ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000 โทรศัพท์ 0-4271-3475 โทรสาร 0-4271-3475

     

ประวัติจังหวัดสกลนคร

ณ ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งบริเวณฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดิมเรียกว่า อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในฐานะเมืองศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรขอมในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ที่แผ่ขยายอิทธิพลออกไปกว้างไกลบริเวณหนองหารซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ในอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ มีเมืองน้อยใหญ่ตั้งอยู่รายรอบ เมืองหนองหารหลวง ก็ตั้งเมืองอยู่ริมหนองหารเช่นเดียวกัน ขณะที่เมืองหนองหารหลวงเป็นจุดศูนย์กลางทางการปกครองแบบขอม อิทธิพลของขอมก็แผ่ขยายออกไปทั่วดินแดนอีสาน ศาสนาฮินดูและพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานก็แพร่หลายตามลำน้ำโขงขึ้นไปจนถึงเมืองสกลนครและเมืองอุดรธานี ดังหลักฐานศิลาจารึกที่มีผู้ค้นพบและนำมาเก็บรักษาไว้ในวัดสุปัฏนาราม จังหวัดอุบลราชธานี ที่กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ซึ่งนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีถือว่าเป็นกษัตริย์ขอมที่มีเดชานุภาพทางด้านศาสนาเป็นอย่างมาก

ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรีเป็นราชธานีกลับไม่ปรากฏบันทึกเกี่ยวกับเมืองหนองหารหลวง ซึ่งเป็นเมืองทางการปกครองของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ไว้แต่อย่างใด จึงเข้าใจว่าเมืองหนองหารหลวงคงจะลดความสำคัญลงเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งเจริญรุ่งเรืองแทนที่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายต่อมาถึงต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มากกว่าจะเป็นเมืองประเทศราชของราชอาณาจักรไทย หลังจากอาณาจักรขอมเจริญถึงขีดสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 และตกต่ำลงเป็นอย่างมากหลังสิ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หลังฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชุมชนเมืองหนองหารหลวงได้ขาดหายไป และมาปรากฏหลักฐานอีกครั้งจากการบอกเล่าของ เพี้ยศรีครชุม หัวหน้าคณะผู้ปฏิบัติพระธาตุเชิงชุม ซึ่งเป็นพระธาตุสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ต่อมาสมัยราชกาลใดไม่ปรากฏแน่ชัด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์อพยพครอบครัวมารักษาพระธาตุเชิงชุมพร้อมทั้งเกลี้ยกล่อมบ่าวไพร่ให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่นานหลายปี จนกระทั่งอุปฮาดเมืองได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชธานี เจ้าเมืองหนองหารหลวง พร้อมทั้งเปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า "เมืองสกลทวาปี" ขึ้นแก่กรุงสยาม

ครั้นถึงปีกุน พ.ศ. 2370 สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั้งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้ยกทัพไปปราบขบถเจ้าอนุวงศ์ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ ทัพหลวงได้แวะตรวจราชการที่เมืองสกลทวาปี ปรากฏว่าเจ้าเมืองไม่ได้จัดเตรียมกองกำลังและกระสุนดินดำไว้ตามคำสั่ง แม่ทัพจึงสั่งให้เอาเจ้าเมืองไปประหารชีวิต แล้วต้อนราษฎรอพยพไปเมืองกระบิล เมืองจันทคาม และเมืองประจันตะคาม จากนั้นมีคำสั่งให้ราชวงศ์เมืองกาฬสินธุ์มาทำหน้าที่ดูแลเมืองสกลทวาปีต่อไป

ถึงปีจอ จุลศักราช 1200 ตรงกับ พ.ศ. 2381 ได้มีการตั้งเจ้าราชวงศ์ (ดำ) ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองนครพนม ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเมื่อคราวเจ้าอนุวงศ์คิดก่อการขบถ มีการเปลี่ยนนามเมืองอีกครั้งจากเมืองสกลทวาปีเป็น เมืองสกลนคร ใช้ระบบการปกครองหัวเมืองโบราณ โดยมีเจ้าเมืองอุปฮาดราชวงศ์และราชบุตรเป็นผู้ปกครอง จนถึงปี พ.ศ. 2435 รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองมาเป็นส่วนภูมิภาค มณฑลเทศาภิบาล โดยโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้พระยาสุรเดช (กาจ) มาเป็นข้าหลวงเมืองสกลนครคนแรก

หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศสยามในปี พ.ศ.2476 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม เมืองสกลทวาปีจึงเปลี่ยนนามมาเป็น "จังหวัดสกลนคร" โดยมีพระตราษบุรีสุนทรเขตเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครคนแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นบทบาทใหม่ของจังหวัดสกลนครนับแต่นั้นเป็นต้นมา

 


[ กลับหน้าแรก ] [ กลับด้านบน ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]


Tadrdton Police Station